ฟาสต์ กรีน เอฟซีเอฟ
Fast Green FCF · CI (1975) No. 42053 · CI Food Green 3 · FD&C Green 3
คำตอบสั้นจาก 2 มุมมอง
ไม่รวมเป็นคะแนนเดียว เพราะแต่ละมุมพูดคนละเรื่องข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
คืออะไร ใส่ทำไม พบในอะไร
| คืออะไร | สีเขียวสังเคราะห์กลุ่มไตรอาริลมีเทน ให้สีเขียวอมน้ำเงิน |
| ใส่ทำไม | ใช้แต่งสีอาหารให้เป็นสีเขียว |
| พบในอะไร | เครื่องดื่มและขนมหวานที่มีนมเป็นส่วนประกอบ |
พบในฐาน Open Food Facts: ในไทย 3 รายการ · ทั่วโลก 186 รายการ[33]
กิน 1 หน่วยบริโภค ได้กี่ % ของ ADI
% ของ ADI ใน 1 หน่วยบริโภค ที่ปริมาณสูงสุดตามกฎหมาย · ADI 25 มก./กก./วัน (JECFA 2017)
เส้นตั้ง = 100% ADI · ค่าทางทฤษฎี (ปริมาณสูงสุดตามกฎหมาย × 1 หน่วยบริโภค ÷ น้ำหนักตัว) ไม่ใช่ปริมาณที่ได้รับจริง
ใครควรระวัง
ในแอป ตั้งโปรไฟล์แล้วจะเห็นเฉพาะคนในบ้าน| กลุ่มคน | คำแนะนำ / ที่มา | เพราะ |
|---|---|---|
| เด็ก 4–8 ปี | ควรจำกัดปริมาณ · คำแนะนำของหน่วยงาน FDA/HHS; California OEHHA[19,34,35]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย ยูทาห์ (สหรัฐฯ)[23]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย เวสต์เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)[24]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย แอริโซนา (สหรัฐฯ)[26]กำลังยกเลิกการใช้สำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย สหรัฐฯ[27]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)[29]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ)[30]ยังไม่มีงานวิจัยในคน · งานวิจัย[13,14] | หน่วยงาน OEHHA ของแคลิฟอร์เนีย (2021) สรุปว่าสีสังเคราะห์สัมพันธ์กับปัญหาพฤติกรรมในเด็กบางคน และค่า ADI ของ FDA อิงงานวิจัยเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาวัดผลด้านพฤติกรรม ต่อมาเดือนเมษายน 2025 FDA ประกาศแผนเลิกใช้สีจากปิโตรเลียม (Red 40, Yellow 5/6, Blue 1/2, Green 3) ภายในสิ้นปี 2026 โดยอ้างสุขภาพเด็กรวมถึงสมาธิสั้น ส่วน Red No.3 (E127) ถูกยกเลิกตั้งแต่มกราคม 2025 ด้วยเหตุผลเรื่องเนื้องอกในหนูตามกฎหมาย Delaney ซึ่ง FDA ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็งในคน |
| เด็ก 9–12 ปี | ควรจำกัดปริมาณ · คำแนะนำของหน่วยงาน FDA/HHS; California OEHHA[19,34,35]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย ยูทาห์ (สหรัฐฯ)[23]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย เวสต์เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)[24]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย แอริโซนา (สหรัฐฯ)[26]กำลังยกเลิกการใช้สำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย สหรัฐฯ[27]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)[29]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ)[30]ยังไม่มีงานวิจัยในคน · งานวิจัย[13,14] | หน่วยงาน OEHHA ของแคลิฟอร์เนีย (2021) สรุปว่าสีสังเคราะห์สัมพันธ์กับปัญหาพฤติกรรมในเด็กบางคน และค่า ADI ของ FDA อิงงานวิจัยเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาวัดผลด้านพฤติกรรม ต่อมาเดือนเมษายน 2025 FDA ประกาศแผนเลิกใช้สีจากปิโตรเลียม (Red 40, Yellow 5/6, Blue 1/2, Green 3) ภายในสิ้นปี 2026 โดยอ้างสุขภาพเด็กรวมถึงสมาธิสั้น ส่วน Red No.3 (E127) ถูกยกเลิกตั้งแต่มกราคม 2025 ด้วยเหตุผลเรื่องเนื้องอกในหนูตามกฎหมาย Delaney ซึ่ง FDA ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็งในคน |
| วัยรุ่น 13–18 ปี | ควรจำกัดปริมาณ · คำแนะนำของหน่วยงาน FDA/HHS; California OEHHA[19,34,35]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย ยูทาห์ (สหรัฐฯ)[23]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย เวสต์เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)[24]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย แอริโซนา (สหรัฐฯ)[26]กำลังยกเลิกการใช้สำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย สหรัฐฯ[27]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)[29]ห้ามใช้ในอาหารสำหรับกลุ่มนี้ · กฎหมาย แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ)[30] | หน่วยงาน OEHHA ของแคลิฟอร์เนีย (2021) สรุปว่าสีสังเคราะห์สัมพันธ์กับปัญหาพฤติกรรมในเด็กบางคน และค่า ADI ของ FDA อิงงานวิจัยเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาวัดผลด้านพฤติกรรม ต่อมาเดือนเมษายน 2025 FDA ประกาศแผนเลิกใช้สีจากปิโตรเลียม (Red 40, Yellow 5/6, Blue 1/2, Green 3) ภายในสิ้นปี 2026 โดยอ้างสุขภาพเด็กรวมถึงสมาธิสั้น ส่วน Red No.3 (E127) ถูกยกเลิกตั้งแต่มกราคม 2025 ด้วยเหตุผลเรื่องเนื้องอกในหนูตามกฎหมาย Delaney ซึ่ง FDA ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็งในคน |
| สมาธิสั้น (ADHD) | หน่วยงาน OEHHA ของแคลิฟอร์เนีย (2021) สรุปว่าสีสังเคราะห์สัมพันธ์กับปัญหาพฤติกรรมในเด็กบางคน และค่า ADI ของ FDA อิงงานวิจัยเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาวัดผลด้านพฤติกรรม ต่อมาเดือนเมษายน 2025 FDA ประกาศแผนเลิกใช้สีจากปิโตรเลียม (Red 40, Yellow 5/6, Blue 1/2, Green 3) ภายในสิ้นปี 2026 โดยอ้างสุขภาพเด็กรวมถึงสมาธิสั้น ส่วน Red No.3 (E127) ถูกยกเลิกตั้งแต่มกราคม 2025 ด้วยเหตุผลเรื่องเนื้องอกในหนูตามกฎหมาย Delaney ซึ่ง FDA ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็งในคน |
“ควรจำกัดปริมาณ” เป็นคำแนะนำการกิน ไม่ใช่สถานะกฎหมาย
ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
งานวิจัยว่าอย่างไร
4 ข้อค้นพบ| ที่ | ข้อค้นพบ | ประเภทงาน | ศึกษาในใคร | ทิศทาง | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ความเป็นพิษต่อสารพันธุกรรม ยังถกเถียงว่า งานในหนูเมาส์ปี 1986 พบว่าการให้สีฟาสต์กรีนทางปากเป็นเวลานานเพิ่มความผิดปกติของโครโมโซมในไขกระดูก แต่น้อยกว่าสีเมทานิลเยลโลว์ (สีต้องห้าม) และผลรุนแรงขึ้นเมื่อให้ร่วมกับไนไตรต์ ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าเกิดจากการสร้างสารไนโตรซามีน[12] ไม่ทราบว่าที่ปริมาณเท่าใด | ทดลองในสัตว์ | สัตว์ | −อันตราย | ยังถกเถียง |
| 2 | สมาธิสั้น/ไฮเปอร์ในเด็ก ยังไม่มีงานวิจัยในคนว่า ไม่พบงานวิจัยในคนเกี่ยวกับสีฟาสต์กรีน และสีนี้ไม่ได้อยู่ในชุดสีที่ใช้ทดสอบในงานวิจัยเรื่องพฤติกรรมเด็กที่มีชื่อเสียง ข้อกังวลจึงมาจากข้อมูลสัตว์ทดลอง งานในห้องปฏิบัติการ และการทบทวนสีสังเคราะห์ทั้งกลุ่มของหน่วยงานกำกับ[13,14] | ไม่พบงานวิจัย | — | =ไม่มีผล | ยังไม่มีงานวิจัยในคน |
| 3 | general-toxicity สรุปแล้วว่า JECFA กำหนด ADI ของสีฟาสต์กรีน เอฟซีเอฟไว้ 0–25 มก./กก.น้ำหนักตัวตั้งแต่ปี 1986 หลังจากเคยให้ค่าชั่วคราวมาก่อน สีนี้ไม่อยู่ในรายการวัตถุเจือปนที่สหภาพยุโรปอนุญาต EFSA จึงไม่เคยประเมินซ้ำ และในเดือนเมษายน 2025 FDA สหรัฐฯ ประกาศต้องการให้ Green No. 3 หมดจากอาหารภายในสิ้นปี 2026 ตามนโยบายเลิกใช้สีสังเคราะห์จากปิโตรเลียม[13] ที่ปริมาณที่คนได้รับจริง | การประเมินของหน่วยงาน | — | =ไม่มีผล | สรุปแล้ว |
| 4 | ความเป็นพิษต่อระบบประสาท ยังถกเถียงว่า ปลาม้าลายที่เลี้ยงในน้ำผสมสีฟาสต์กรีน 0.1–0.5% มีเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรสลดลง เกิดความเครียดออกซิเดชัน มีรอยโรคที่สมอง ตับ และรังไข่ และพบสีสะสมในรังไข่ ส่วนในชิ้นสมองหนู สีนี้ลดการหลั่งสารสื่อประสาทเมื่อใช้ความเข้มข้นสูง (ครึ่งหนึ่งของผลสูงสุดที่ราว 200 ไมโครกรัม/มล.) แต่งานในหนูเมาส์อื่นกลับรายงานผลป้องกันการเกาะตัวของอะไมลอยด์และพฤติกรรมที่เกิดจากการอักเสบ[14,15,16,17] ที่ปริมาณสูงกว่าที่ได้รับจากอาหารมาก | ทดลองในสัตว์ | สัตว์ | ±ผลผสม | ยังถกเถียง |
งานที่ศึกษาสารทั้งกลุ่ม (1)
ศึกษาสารหลายตัวรวมกันหรือสารในกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้ทดสอบ E143 เดี่ยว ๆ
| ที่ | ข้อค้นพบ | ประเภทงาน | ศึกษาในใคร | ทิศทาง | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | สมาธิสั้น/ไฮเปอร์ในเด็ก สรุปแล้วว่า สำนักงานประเมินอันตรายสุขภาพสิ่งแวดล้อมแคลิฟอร์เนีย (OEHHA, เม.ย. 2021) สรุปว่าสีสังเคราะห์ทำให้เด็กบางคนซน ขาดสมาธิ หรืออยู่ไม่นิ่งมากขึ้นได้ และเด็กแต่ละคนไวไม่เท่ากัน งานทดลอง 16 จาก 25 ชิ้นพบผลเสีย และค่าปริมาณที่รับได้ต่อวัน (ADI) ของ FDA อิงงานวิจัยเก่า 35–70 ปีที่ไม่ได้ออกแบบมาวัดพฤติกรรม จึงอาจไม่พอปกป้องเด็ก[18,19,20] ที่ปริมาณเท่ากับหรือเกินค่า ADI | การประเมินของหน่วยงาน | — | −อันตราย | สรุปแล้ว |
กฎหมายรายประเทศ
| ประเทศ | สถานะ | ตรวจเมื่อ |
|---|---|---|
| ไทย | อนุญาต[2] | 2026-10-03 |
| สหภาพยุโรป | ไม่อยู่ในบัญชี[1] | 2026-10-04 |
| สหรัฐฯ | อนุญาต · สีที่ FDA ขึ้นบัญชี[3,4,5,6] | 2026-08-14 |
| แอริโซนา (สหรัฐฯ) | จำกัด · ความเป็นพิษ[7] ลดการได้รับสารเติมแต่งที่น่ากังวลของเด็กในโรงเรียน | 2026-10-03 (มีผล 2026-08) |
| แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ) | กำหนดห้าม (แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ)) · ความเป็นพิษ[8] มีหลักฐานว่าสีสังเคราะห์อาจกระทบพฤติกรรมของเด็กบางคน | 2026-10-03 (มีผล 2024-09-28) |
| ยูทาห์ (สหรัฐฯ) | จำกัด · ความเป็นพิษ[9] ข้อกังวลต่อสุขภาพเด็กจากสีและสารกันเสีย | 2026-10-03 (มีผล 2025-05-07) |
| เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ) | กำหนดห้าม (เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ)) · ความเป็นพิษ[10] ข้อกังวลต่อสุขภาพเด็กจากสีสังเคราะห์ | 2026-10-03 (มีผล 2025-03) |
| เวสต์เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ) | จำกัด · ความเป็นพิษ[11] ข้อกังวลเรื่องสมาธิสั้นในเด็กและความเสี่ยงมะเร็ง รวมถึงภาระโรคอ้วน/เบาหวานของรัฐ | 2026-10-03 (มีผล 2025-08-01) |
ไทม์ไลน์
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2025 | ยูทาห์ (สหรัฐฯ) · ห้ามใช้ — ข้อกังวลต่อสุขภาพเด็กจากสีและสารกันเสีย[23] |
| 2025 | เวสต์เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ) · ห้ามใช้ — ข้อกังวลเรื่องสมาธิสั้นในเด็กและความเสี่ยงมะเร็ง รวมถึงภาระโรคอ้วน/เบาหวานของรัฐ[24] |
| 2025 | สหรัฐฯ · เริ่มทบทวน — ทบทวนความเสี่ยงของสารที่อนุมัติมานาน ตามข้อมูลวิทยาศาสตร์ใหม่[25] |
| 2026 | แอริโซนา (สหรัฐฯ) · ห้ามใช้ — ลดการได้รับสารเติมแต่งที่น่ากังวลของเด็กในโรงเรียน[26] |
| 2026 | สหรัฐฯ · ทยอยยกเลิก — HHS/FDA อ้างความกังวลต่อสุขภาพเด็ก (พฤติกรรม โรคอ้วน เบาหวาน) เป็นการขอความร่วมมือ ยังไม่ใช่การห้ามตามกฎหมาย[27] |
| 2027 | เทกซัส (สหรัฐฯ) · กำหนดให้มีคำเตือนบนฉลาก — แจ้งผู้บริโภคว่ามีส่วนผสมที่ต่างประเทศไม่แนะนำให้บริโภค[28] |
| 2027 | เวอร์จิเนีย (สหรัฐฯ) · ห้ามใช้ — ข้อกังวลต่อสุขภาพเด็กจากสีสังเคราะห์[29] |
| 2027 | แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐฯ) · ห้ามใช้ — มีหลักฐานว่าสีสังเคราะห์อาจกระทบพฤติกรรมของเด็กบางคน[30] |
พบในสินค้าไทย 5 รายการ
ข้อมูลสินค้า: Open Food Facts (ODbL) · รายการจากฉลากที่ผู้ใช้ OFF บันทึก ไม่ครบทุกสินค้าในตลาด
แหล่งข้อมูลและหมายเหตุ
ทุกตัวเลขในหน้านี้กดไปที่แหล่งได้- [1]Regulation (EC) No 1333/2008 · ข้อมูล ณ 2026-10-04
- [2]ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 468/2568 · ข้อมูล ณ 2026-10-03
- [3]21 CFR 74.1203; 21 CFR 74.203; 21 CFR 74.2203; 21 CFR 82.203 · ข้อมูล ณ 2026-07-28
- [4]21 CFR 74.1203; 21 CFR 74.203; 21 CFR 74.2203; 21 CFR 82.203 · ข้อมูล ณ 2026-08-14
- [5]HHS/FDA announcement (national standard and timeline; no binding rule) · ข้อมูล ณ 2025-04-22
- [6]FDA list of select chemicals under post-market review (update) · ข้อมูล ณ 2025-08-19
- [7]Arizona HB 2164 · ข้อมูล ณ 2026-08
- [8]California AB 2316 (California School Food Safety Act) · ข้อมูล ณ 2024-09-28
- [9]Utah HB 402 · ข้อมูล ณ 2025-05-07
- [10]Virginia HB 1910 / SB 1289 · ข้อมูล ณ 2025-03
- [11]West Virginia HB 2354 (W. Va. Code 16-7-2, 18-5D-3a) · ข้อมูล ณ 2025-08-01
- [12]Effects of dyes (indigo carmine, metanil yellow, fast green FCF) and nitrite in vivo on bone marrow chromosomes of mice · 1986
- [13]Evaluation of certain food additives and contaminants. Thirtieth Report of the Joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives · 1987
- [14]Follicular and neural toxic effect of prolonged exposure of synthetic dye fast green FCF (E143)-Insights from zebrafish model · 2025
- [15]Fast Green FCF (Food Green 3) inhibits synaptic activity in rat hippocampal interneurons · 2002
- [16]Fast Green FCF Attenuates Lipopolysaccharide-Induced Depressive-Like Behavior and Downregulates TLR4/Myd88/NF-κB Signal Pathway in the Mouse Hippocampus · 2019
- [17]Fast green FCF inhibits Aβ fibrillogenesis, disintegrates mature fibrils, reduces the cytotoxicity, and attenuates Aβ-induced cognitive impairment in mice · 2021
- [18]Potential impacts of synthetic food dyes on activity and attention in children: a review of the human and animal evidence (OEHHA) · 2022
- [19]HHS/FDA to phase out petroleum-based synthetic dyes in nation's food supply (22 Apr 2025) · 2025
- [20]OEHHA press release: Report links synthetic food dyes to hyperactivity and other neurobehavioral effects in children (16 Apr 2021) · 2021
- [21]JECFA ADI 2017 · 2017
- [22]TRS 751-JECFA 30/24 · 1986
- [23]Utah HB 402
- [24]West Virginia HB 2354 (W. Va. Code 16-7-2, 18-5D-3a)
- [25]FDA list of select chemicals under post-market review (update)
- [26]Arizona HB 2164
- [27]HHS/FDA announcement (national standard and timeline; no binding rule)
- [28]Texas SB 25 (Make Texas Healthy Again Act); final rule 25 Feb 2026
- [29]Virginia HB 1910 / SB 1289
- [30]California AB 2316 (California School Food Safety Act)
- [31]IARC 3 · 1987
- [32]PubMed E-utilities hit counts + top papers · ข้อมูล ณ 2026-10-03
- [33]Open Food Facts product database (parquet dump) · ข้อมูล ณ 2026-10-03
- [34]FD&C Red No. 3 · 2025
- [35]OEHHA — Health effects assessment: potential neurobehavioral effects of synthetic food dyes in children · 2021
ข้อมูลชุด 20261004T062936Z-14cfe6e5 · contract 1.2.7